ExtraOrdinary
« Search Results »

Welcome Guest. Please Login or Register.
Jan 8, 2010, 7:51am




ExtraOrdinary :: Search Results
10 Most Recent Posts10 Results Found

Result 1 of 10:
   [Search This Thread][Send Topic To Friend] [Print]
 AuthorTopic: Journey 24 : ความลับของดวงตาสองสี (Read 3 times)
singer
นักเวทมนต์ระดับสูง
*****
member is offline

[avatar]

ตัวเราเป็นดั่งลูกแกะน้อยที่พระ เจ้าไม่เหลียวแล

[msn]

Joined: Jul 2007
Gender: Male
Posts: 91
Karma: 0
 Journey 24 : ความลับของดวงตาสองสี
« Result #1 on Dec 21, 2009, 1:04am »

Journey 24: ความลับของดวงตาสองสี

เรือสลัดอสูรหลังจากออกจากเมืองฟิดิรอสมาได้ราว 7 วัน ลำนาวาขนาดใหญ่แล่นเลียบชายฝั่งไปอย่างช้าๆ เพอซิวอล เรเวน นายช่างเรือ ลูกเรือคนใหม่ เริ่มที่จะปรับตัวให้คุ้นชินกับปัจจุบันได้แล้วหลังจากที่โดนบุคคลที่เลี้ยงมาผลักไสให้หลบหนีออกจากเมือง ใบหน้าที่เรียบนิ่งไร้อารมณ์และคาดเดายากนั้นยังคงปรากฏอยู่บนใบหน้าของชายหนุ่มเป็นดั่งบาแผลทางจิตใจที่ฉาบทับบนใบหน้าของเขา อารมณ์และความคิดของชายหนุ่มที่ไม่อาจคาดเดาได้นั้นแม้แต่ธีโอดอร์ ที่เข้ากับคนอื่นได้ง่ายยังไม่กล้าเข้าใกล้ นายช่างเดินสำรวจลำเรือเงียบๆอยู่คนเดียวเพื่อตรวจสอบโครงสร้างของเรือที่ถูกเรียกว่าเรือภูติที่เป็นของแปลกใหม่สำหรับเขาอย่า งละเอียด เขาหลับตาลงเพื่อตั้งสมาธิเพื่อที่จะจับสัมผัสของแผ่นไม้แต่ละแผ่น ปลายนิ้วมือไล้ไปตามแผ่นไม้เบาๆ เพื่อฟังเสียงของร่างกายลำเรือจนไม่ทันระวังว่า ข้างหน้าเป็นประตูที่กำลังจะถูกเปิดออกอย่างแรงและกระแทกกับใบหน้าของเขาจนหงายหลังลงไปกองกับพื้น

“เป็นอะไรรึเปล่า” เจ้าของห้องที่พึ่งเปิดประตูอกมาทำร้ายชายหนุ่มโดยไม่ได้ตั้งใจร้องถามขึ้นด้วยความตกใจ แต่ชายหนุ่มกลับมองหญิงสาวด้วยสีหน้าที่นิ่งสนิท ดวงตาสองสีแท้จริงของเขาปรากฏออกมาอย่างชัดเจนเพราะกระจกตาเทียมที่ปิดบังเอาไว้นั้นกระเด็นหายไป สีหน้าที่ราบเรียบนั้นทำเอาหญิงสาวชะงักไปเล็กน้อย กว่าจะดึงสติกลับมาได้ ชายตรงหน้าก็ลุกขึ้นยืนตรงหน้าเธอ

“ไม่เป็นอะไร จริงๆนะ” ยูจีนยังคงถาม แต่คำตอบที่ได้รับยังคงเป็นความเงียบงัน นายช่างปัดเนื้อตัวเล็กน้อยก่อนจะก้มลงไควานหาของที่หล่นหาย

“ขะ...ขอโทษ” อัศวินสาวเอ่ยปากขอโทษด้วยคิดว่าชายหนุ่มไม่พอใจจึงเงียบอยู่เช่นนั้น แต่ชายหนุ่มก็เหมือนจะไม่ได้สนใจนัก ยังคงหากระจกตาเทียมของตนจนหญิงสาวต้องถอนหายใจใหญ่ออกมาเล็กน้อยพร้อมย่อร่างลงไปช่วยเหลือชายหนุ่ม เพราะต้องการที่จะรับผิดชอบสิ่งที่เธอกระทำแม้จะถูกสายตาของเพอซิวอลที่จ้องมองตัวเธอก็ตามที

“ห้ามฉันไม่ได้หรอก ในเมื่อฉันทำมันหาย ฉันก็ต้องช่วยหาให้เจอ” ยูจีนเอ่ยขึ้นพยายามที่จะตีความหมายในสายตาที่สื่อออกมา เพราะถึงแม้ใบหน้าของเขาจะไม่สามารถแสดงอารมณ์อะไรออกมาได้ แต่บรรยากาศของความไม่พอใจก็อบอวลอยู่รอบกายเขาอย่างชัดเจน และฉายชัดในดวงตาข้างซ้ายสีแดงก่ำราวโลหิตและข้างขวาสีทองคำบริสุทธิ์นั้น มือเรียวของหญิงสาวที่หยาบกร้านเล็กน้อยจากการศึก ควานไปตามพื้นจนพบสิ่งที่ต้องการก่อนส่งคืนให้เจ้าของ

“ช่วยกันหา ย่อมเจอเร็วกว่า จริงไหม” ยูจีนกล่าวอีกครั้งพร้อมกับยิ้มให้เพื่อนร่วมเรือ ดวงตาสีอเมธิสต์สบเข้ากับตาสองสีของชายหนุ่มอย่างไม่ตั้งใจ

ในชั่ววินาทีนั้น ราวกับมีมนตร์สะกดออกมาจากดวงเนตรผิดมนุษย์นั้น หัวใจของหญิงสาวก็เต้นรัวราวจะระเบิดอกจากอก ใบหน้านวลผ่องเริ่มขึ้นสีระเรื่อยิ่งขึ้น ก่อนที่สติของอัศวินสาวแห่งแคปปริคอร์นจะขาดหายไป

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

“ยูจีน ยูจีน” เสียงเรียกชื่ออัศวินสาวดังขึ้นดึงให้เธอกลับสู่แสงสว่างแห่งความเป็นจริง ยูจีนเหม่อมองไปรอบกายด้วยความมึนงงก็พบเห็น ดีโน่และโจเซฟินกำลังเขย่าร่างของเธอด้วยความเป็นห่วง

“เห็นนั่งนิ่งอยู่ตั้งนาน เรียกหลายครั้งก็ไม่ยอมตอบ เป็นห่วงแทบแย่” เจ้าหญิงแห่งทาวีน่าโอบกอดร่างของเพื่อนสาวที่ยังคงมีอาการมึนงง อัศวินสาวสะบัดศีรษะเล็กน้อย สิ่งสุดท้ายที่เธอจำได้คือดวงตาสองสีที่ชวนพิสมัยของนายช่างเรือที่สบตากับเธอ

..... ดวงตาที่สบกับเธอ...

...ดวงตาที่ลอยรอบตัวเธอในตอนนี้...

หญิงสาวรู้สึกเหมือนเคลิ้มฝัน เธอมองเห็นดวงตาต้องมนตร์นั้นอยู่รอบกาย แต่มิอาจเห็นเจ้าของมนตร์นั้น เธอมองไปรอบๆตัวหวังจะได้เห็นเพอซิวอล หวังจะได้พบกับเขา หวังจะได้จับจ้องดวงตาประหลาดของเขาอีกครั้ง

“มองหาอะไร จีน” พาลาดินหนุ่มแห่งลิบร้า ถามออกมา แต่ดูเหมือนผู้ถูกถามจะไม่ได้ยิน ยังคงแต่ชะเง้อชะแง้มองหาบุคคลที่ต้องการพบ จนทำให้ดีโน่ต้องถอนใจ

“สงสัยจะอาการหนัก”

“แต่ยูจีนไม่เคยเป็นแบบนี้นะ” โจเซฟินแย้ง ตั้งแต่สมัยเด็กที่อยู่ด้วยกันกับองครักษ์ผู้นี้มา ไม่มีครั้งใดเลยที่เพื่อนสาวของตนจะมีอาการเช่นนี้

“เขาอยู่ที่ไหน” คำพูดแรกออกมาจากปากของแคปปริคอร์น ใบหน้าของเธอยังคงดูเคลิ้มฝัน ระหว่างที่มองซ้ายหันขวาไปมา ยิ่งทำให้ทั้งสองคนที่อยู่ด้วยกันนั้นถึงกับมึนงง

“เขาน่ะใคร จีน”

“นายช่างคนนั้น “อัศวินสาวแห่งแคปปริคอร์นตอบ ดวงตาสีอเมธิสต์ของเธอ เลื่อนลอยพาให้ดีโน่และโจเซฟินต้องมองหน้ากันอย่างหาทางออกไม่ได้

“รีบไปบอกกัปตันกับคุณเจสันเถอะดีโน่ เดี๋ยวฉันจะดูแลทางนี้เอง” ในที่สุดองค์หญิงแห่งทาวีน่าก็ตัดสินใจ พาลาดินหนุ่มรับคำสั่งและออกวิ่งไปทันที โดยไม่ได้สังเกตแม้แต่น้อยว่า ดวงตาสีน้ำทะเลของคนออกคำสั่งนั้น แฝงความไม่พอใจและเกลียดชังอยู่ลึกๆ

“นายช่างเรือนั่น หมอนั่นมันตัวปัญหาชัดๆ” เจมินี่สาวคำรามในใจ


+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ภายนอกของเรือสลัดอสูร ทัศนวิสัยเองก็ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก เมื่อท้องฟ้าที่กระจ่างใสเมื่อครู่ เริ่มเปลี่ยนเป้นสีดำมืดทึบ สลับกับแสงสว่างจากปรากฏการณ์ฝ้าแลบฝ้าผ่า ลอยด์ ซีลอต ชายตาเดียวมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกยากจะบรรยาย

“พายุจะมาเหรอ” กัปตันเรือตะโกนถาม อากาศรอบตัวที่เปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันนั้นก็พอจะทำให้เขาที่มีอายุอย่างยาวนานสัมผัสประสบการณ์แบบนี้หลายครั้งพอจะรู้สึกได้ คลื่นและกระแสลมในทะเลเริ่มรุนแรงขึ้นตามลำดับ และแล้ว เม็ดฝนก็เริ่มโปรยปราย เคลวินขยับแว่นที่ตนสวนอยู่เล็กน้อย ดวงตาสีนิลจ้องมองภาพตรงหน้าพร้อมรอยยิ้มรักสนุก

“จะให้ช่วยไหม พายุท่าจะแรง เดี๋ยวจะเป็นอันตราย” ปราชญ์แห่งเลโอถามขึ้น แต่เซอร์เฟนเทียสกลับส่ายหน้าน้อยๆพร้อมยิ้มที่ไม่อาจตีความได้

“ไม่ต้องหรอก” กัปตันอสูรตอบก่อนจะหลับตาเพื่อตั้งสมาธิชั่วครู่ เม็ดฝนที่ตกลงบนเรือเรือก็ซาลงจนหยุดสนิท เพียงแต่อาการลมสงบเช่นนี้นั้นกลับปรากฏอยู่รอบเรือเท่านั้น สภาพอากาศภายนอกยังคงโหมกระหน่ำและยังคงรุนแรงยิ่งขึ้นเรื่อยราวกับมีเขตอาคมกั้นขวางเอาไว้ระหว่างเรือกับพายุข้างนอก

“แบบนี้สบายกว่าเยอะ” เจย์ยังคงยิ้ม ยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา มือขวาที่สวมถุงมือข้งเดียวนั้นยยกขึ้นลูบเรือนผมสีเขียวของตนเล่น

“ผมก็ลืมไปว่า เรือลำนี้คุณวางเขตอาคมเอาไว้” เคลวินพูดพลางหัวเราะเสียงเบา

“...สิ่งที่ผมไม่ต้องการให้ออกจากเรือไม่มีสิทธิ์ออก สิ่งใดที่ผมไม่ต้องการให้เขา ไม่มีสิธิ์เข้ามา” เคลวินยังคงย้อนคำ คราเมื่อที่เขาโดนลากตัวขึ้นเรือใหม่ๆ กับข้อตกลงที่เขาไม่อาจจะแหกได้ซักครั้ง มือของปราชญ์หนุ่มยกขึ้นสัมผัสแก้มที่ถูกประทับสัญลักษณ์เอาไว้ราวกับมันเป็นความอัปยศที่ไม่อยากนึกถึง

“ว่าแต่ทำไมเมื่อคราวนั้น พวกปีศาจนั่นถึงเข้ามาได้” นักธนูหนุ่มหน้าสวย เฟเรสแอบแขวะถึงเหตุการณ์ที่ถูกกองทัพอสูรบุกเรือ เจย์ได้แต่ยิ้มแห้งๆตอบกลับไป

“เอาเถอะ กลับมาแข็งแรงก็ดีแล้ว ฉันไม่อยากเหนื่อย” ซาจิทาเรียสถอนหายใจพลางมองท้องฟ้าที่มืดครึ้มและมีพายุแรง แต่กลับไม่สามารถทำอะไรเรือลำนี้ได้เลยแม้แต่จะโคลง

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

“นี่ไม่ใช่คำสาปมนตร์ดำ” อดีตนักบวชศักดิ์สิทธิ์ วินิจฉัยอาการที่แปลกไปของอัศวินสาว ไม่ว่าจะเป็นมนตร์รักษาหรือมนตร์ศักดิ์สิทธิ์ ใดๆก็ไม่อาจเยียวยาได้ คงเพียงได้แต่ให้อัศวินสาวพักผ่อนไปด้วยมนตร์ที่ทำให้หลับเท่านั้น เพราะยิ่งทิ้งเวลาไปนาน อาการเคลิ้มฝันของหญิงสาวก็ยิ่งรุนแรงขึ้น สติของเธอยามตื่นมีเพียงแต่ดวงตาสองสีของเพอซิวอล เรเวน เท่านั้น

“ตานั่น ทำอะไรกับยูจีนกันแน่” โจเซฟินรำพึง ยิ่งคิดถึงก็ยิ่งไม่ชอบหน้านายช่างผู้เงียบงันคนนั้นมากยิ่งขึ้นจนอยากจะตามหาเพื่อเล่นงานให้หายหงุดหงิดใจในทันที หากแต่เพราะห่วงงครักษ์คนสนิทของตนจึงมิอาจจะไปไหนได้

“ดูท่าจะเกินกำลังของพ่อ คงต้องขออภัย” ในที่สุดเจสันก็ยอมถอย

“บางทีกัปตันคงรูวิธีแก้ไข” ดีโน่เสนอความคิดเห็นแต่นั่นทำให้โจเซฟที่ตามมาดูอาการหลังจากที่ทราบเรื่องนั้นชักสีหน้าไม่พอใจ

“ถ้าจะให้หมอนั่นช่วย สู้ปล่อยทิ้งไว้แบบนี้ไม่ดีกว่ารึไง” เจมินี่ผู้พี่ค้านเสียงแข็ง เนตรสีเพลิงมองน้องสาวตนเป็นเชิงห้าม

“แต่พี่คะ...ถ้าทำแบบนั้นจะไม่มีใครช่วยยูจีนได้นะคะ” โจเซฟินแย้งพี่ชายของตน ดวงหน้างามมองโจเซฟอ้อนวอนขอความเห็นใจ ชายหนุ่มจึงได้แต่ฮึดฮัดกัดฟัน เพราะไม่อาจปฏิเสธน้องสาวของเขาได้ แม้แต่ครั้งเดียว โดยเฉพาะยามที่เธอมองเขาด้วยสายตาเว้าวอนเช่นนั้น

“จะไปไหนก็ไป” เสียงลอดออกมาจากไรฟันของโจเซฟที่ข่มอารมณ์อย่างเต็มที่ จนแทบจะเป็นภูเขาไฟขนาดย่อม แต่อารมณ์ที่ร้อนแรงนั้นค่อยๆลดลงเมื่ออ้อมกอดของน้องสาวฝาแฝดโอบเอวของตนเอาไว้ ชายหนุ่มถอนใจออกมาเพราะความเบื่อหน่ายตนเองที่มิอาจขัดใจน้องสาวของตนได้ โดยไม่มีใครรู้เลยว่า มีอีกสายตาที่มองอยู่ใกล้ๆมองภาพนั้นอย่างเจ็บปวดใจ

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

แม้พายุข้างนอกจะโหมรุนแรง แต่บนดาดฟ้าเรือสลัดกลับสงบนิ่งจนสามารถจัดโต๊ะน้ำชายามบ่ายได้ ชุดชาลายสวยจัดวางไว้โดยรอบโดยมีกัปตันหนุ่มยกแก้วของตนจิบเล็กน้อย

“ข้ารู้สึกไม่ค่อยดี” ลอยด์ นักสู้แห่งทอรัสผู้ที่พึ่งได้รับสัญลักษณ์แห่งเรือสลัดโซดิอาคเอ่ยออกมาสั้นๆกับบรรยากาศที่ผิดแผกธรรมชาติ ซึ่งเกิดจากการที่เขายังไม่คุ้นชิน เจย์กลับหัวเราะน้อยๆอย่างนึกขัน

“อันที่จริงถ้าคุ้นแล้ว แค่จิบชากลางพายุอย่างนี้แปลกน้อยที่สุดแล้ว...” เฟเรสพูดเสียงเบา ใบหน้าสวยราวอิสตรีนั้นหันมองหากาน้ำชาก่อนจะหยิบมารินใส่ถ้วยของตน

“…ก็ในเมื่อเรือลำนี้มีแต่พวกผิดมนุษย์มนา” นักธนูหน้าสวยเอ่ยต่อหลังลดถ้วยชาตนหลังจิบเสร็จพร้อมตวัดสายตาไปที่ปราชญ์คู่หูของตนที่กำลังส่งขนมให้เด็กอายุน้อยที่สุดในเร ือ ธีโอดอร์ลองชิม ซาจิทาเรียสถอนใจใหญ่ก่อนยกถ้วยขึ้นจิบอีกครั้งพลางนึกเซ็งในชะตาชีวิตของตน หนุ่มสวยละสายตาจากวงน้ำชาเหม่อมองท้องฟ้าที่คลุ้มคลั่ง

“กัปตัน...กัปตัน” เสียงตะโกนดังจากเบื้องหลัง ประตูสู่ห้องโถงถูกเปิดออกอย่างรุนแรงพาลาดินแห่งลิบร้าพยุงร่างคู่หูสาวที่สลบไสลเข้ามาใกล้ ติดตามมาด้วยพี่น้องฝาแฝดแห่งเจมินี่และนักบวชเจสัน วงน้ำชาจึงยุติลง โดยมีเสียงขู่คำรามจากฟากฟ้าดังกระหึ่มราวกำลังหัวเราะเย้ยหยัน

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

“แล้วนี่ไปทำอะไรมาถึงเป็นแบบนี้” กัปตันเรืออสูรถามเสียงเครียด บรรยากาศที่ปกคลุมอัศวินสาวเป็นสิ่งผิดปรกติที่เขาไม่อยากพบมากที่สุด แรงสิเน่หาที่เกิดจากพลังมืดของปีศาจ แทบทำให้เขาอยากหลีกหนีไปให้ไกล และคำถามของเขานั้น กลับไม่ได้รับคำตอบจากทุกคนในที่นั้น เจยถอนหายใจอย่างนึกปลงตก และพอจะคาดเดาได้ เพราะคนป่วยถึงแม้จะสลบอยู่นั้น ยังคงเพ้อหาแต่ชายตาสองสีที่ไม่ได้อยู่ในที่นั้นด้วย

“งานนี้ท่าจะยาก” เซอร์เฟนเทียสถอนใจใหญ่ ความคิดมืดแปดด้านในการรับมือกับพลังมารที่เขาแพ้ทางเป็นที่สุด ชายอมตะหันไปหาเจสันเพื่อถามความเห็นแต่สิ่งที่ได้รับกลับเป็นการส่ายหน้าช้าๆด้วยจนปัญญายิ่งทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเจย์จางล ง

“แล้วถ้าลองถามแม่มดคนนั้นล่ะ เคลวินเสนอความเห็น เขานึกไปถึงแม่มดสาวเมื่อคราที่มองเห็นเจย์ติดต่อกับเธอผ่านวัตถุเวทย์ในเมืองซาฟีน่า แต่เมื่อกัปตันหนุ่มได้ยินข้อเสนอนั้นกลับชักสีหน้าประหลาดยากจะบรรยายแต่ก็ไม่อาจจะแย้งได้ ชายอมตะถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย

“ดูแลเธอเอาไว้ก่อนนะครับ ผมจะขอไปเตรียมการก่อน” เซอร์เฟนเทียสสั่งพร้อมเดินไปยังห้องของตนทันที

“แล้วหลบอยู่ตรงนี้ไม่ดีมั้งครับ เพอซิวอล ออกมาคุยกัน ดีกว่าไหมครับ” เสียงกระซิบแผ่วเบาให้กับชายที่แอบอยู่หลังประตู พร้อมร่างของผู้พูดหายไปในเงามืดของลำเรือ ปล่อยให้เจ้าของนามค่อยๆออกมาจากที่ซ่อนมองตามไปเงียบๆ

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

สิ้นเสียงร่ายคาถาเพื่อที่จะติดต่อกันผ่านสื่อเวทย์อย่างลูกแก้วแห่งป่าดำ ร่างของสตรีงามผมยาวสีอ่อนระเอว ใบหน้าที่สวยงามเป็นที่น่าตรึงใจชวนให้น่านับถือ ท่าทางดูสุขุมน่าเกรงขามก็ปรากฏกายขึ้นเป็นเงามายาบางๆสะท้อนออกมาจากลูกแก้วนั้น การทักทายอย่างเป็นพิธีการผ่านพ้นไป แต่ดูเหมือนกัปตันหนุ่มดูจะไม่ค่อยชอบใจนัก

“ที่รักของข้า ท่านไม่ปรารถนาจะพบข้าเลย” อเมเลียครวญชวนให้น่าสงสาร แต่ชายหนุ่มกลับถอนหายใจ

“คุณก็รู้ว่าผมไม่เคยคิดกับคุณในแง่นั้น” เจย์ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเนือยๆ

“ตัวข้าเองอาจมีประโยชน์กับท่านเพียงแค่ญาณหยั่งรู้ของแม่มด ท่านนั้นไม่เปลี่ยนไปเลยที่รักของข้า ทั้งๆที่ข้ารอการติดต่อจากท่านอยู่ทุกเมื่อ ทุกวัน ทุกเวลา”

“คุณจะรอผมทำไม แม่มดแห่งป่ามายา” เซอเฟนเทียสถามขึ้นพร้อมรอยยิ้ม แต่บรรยากาศรอบกายกลับดูกดดันมากมายมหาศาล

“ข้ามีเรื่องอีกมากมายอยากคุยกับท่าน เพียงแต่พูดยามนี้คงไม่เหมาะ เชิญธุระของท่านก่อนจะดีกว่า” แม่มดเอ่ยเสียงเบา ทำให้เจย์ขมวดคิ้วสงสัยในคำพูดของเธอ แต่เมื่อเห็นอาการของยูจีนที่ยังคงสลบไม่ได้สติอยู่นั้น จึงถอนใจออกมาอีกครั้ง


“ดูอาการให้เธอหน่อย อเมเลีย” กัปตันเรือเริ่มธุระของตน พลางจะให้ดีโน่พาร่างของผู้โดนสะกดเข้ามาใกล้ ใบหน้าที่สงบนิ่งของอเมเลีย พลันเปลี่ยนสีทันที

“ท่านสายลมนิรันดร์ นี่เป็นเรื่องใหญ่มากนะ” อเมเลียพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป ญาณแห่งแม่มดที่ใกล้ชิดศาสตร์มืดตลอดเวลานั้นทำให้เธอมองเห็นไอปีศาจเข้มข้นลยอยู่รอบตัวของอัศวินสาวแห่งแคปปริคอร์น

“เธอคนนี้ต้องมนตร์แห่งอสูร หากทิ้งไว้นานวิญาณของเธอต้องถูกความมืดมิดแห่งสเน่หาทำให้สูญสลายเป็นแน่ ข้าอยากทราบนักว่าเธอผู้นี้ต้องมนตร์จากผู้ใด” อเมเลียถามขึ้น เจย์ได้แต่ยิ้มน้อยๆ

“เขาค่อนข้างขี้อายและเก็บตัวนะ รอซักครู่จะได้ไหม” เจย์บอกกับอเมเลีย แม่มดสาวได้แต่พยักหน้าน้อยๆ

“อันที่จริง ถ้าเธอได้พบเขา เธอจะต้องตกใจ” เซอเฟนเทียสแสยะยิ้มอีกครั้งก่อนจะเดินหายลับไปในตัวเรือก่อนที่จะกลับมาพร้อมกับหิ้วคอเสื้อของชายต้นเหตุออกมาจากที่ซ่อนด้วย โดยมีสายชิงชังของโจเซฟินมองตามไปไม่ลดละ เพอซิวอลเองได้แต่หลบตาหญิงสาว แม้ใบหน้าของเขาจะเรียบนิ่ง ราวกับไม่สะทกสะท้านต่อสายตามาดร้ายของเจมินี่ผู้น้อง

“จะกลัวไปทำไม” เจย์กระซิบเสียงเบาพอให้ได้ยินกันเพียงสองคน น้ำเสียงเยียบเย็ราวกับน้ำแข็งผิดกับรอยยิ้มบนใบหน้า

“ผมเองก็ไม่ได้ปลื้มนักหรอกที่สายเลือดอสูรจากมิติปีศาจสักเท่าใด ยิ่งเลือดที่ไหลเวียนอยู่ในตัวคุณมีทั้งเทพที่ผมรังเกลียดและมารที่ผมหวาดกลัว มันยิ่งทำให้ผมเองไม่ค่อยอยากจะยุ่งกับคุณเท่าใดนัก” กัปตันหนุ่มกระซิบต่อเมื่อเห็นนายช่างหนุ่มนิ่งเงียบ

“แต่ก็ช่วยไม่ได้นะ เพราะดันมีคนฝากคุณเอาไว้กับผม” สิ้นคำ เซอเฟนเทียสก็โยนร่างของเพอซิวอล ลงต่อหน้าลูกแก้วแห่งป่าดำ นายช่างหนุ่มรีบลุกขึ้นจ้องหน้ากัปตันหนุ่มด้วยแรงโทสะที่ส่งผ่านดวงตาบนดวงหน้าเรียบเฉยนั้น ยิ่งทำให้รอยยิ้มบนหน้าของเจย์ดูเย็นลงมากอีก เจย์ขยับเดินเข้ามาใกล้ก่อนจะโน้มตัวลงประชิดหน้านายช่างหนุ่ม

“อันที่จริงผมอยากจะควักตาของคุณนัก จะได้ไม่ต้องพึ่งกระจกตาเทียมนี้อีก ผมเห็นคุณแล้ว อารมณ์มันพลุ่งพล่านชวนหงุดหงิดพิกล” เจย์คำรามอย่างเหี้ยมเกรียม จนแม่มดดำต้องห้ามทัพ

“ท่านสายลมนิรันดร์ บุรุษผู้นี้ไม่ทราบชาติกำเนิดของตน เขาไม่ทราบเลยว่าในร่างของเขามีพลังอสูรที่ได้รับจากสายเลือดของมารดาผู้มาจากแดนปีศาจแพนเดนัมไหลเวียนอยู่ ท่านอย่าได้โกรธไปเลย” สิ้นคำของเธอ แววตระหนกปรากฏขึ้นในดวงตาของกัปตันเรือสลัดอสูร มือเริ่มสั่นเทาขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้เช่นเดียวกับเหงื่อกาฬที่ผุดขึ้นบนดวงหน้านวล เซอเฟนเทียสพยายามที่จะตั้งสติให้กลับมา เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆและผ่อนออกมายาวๆ

“ท่านยังคงแพ้ทางคำว่าอสูรจากแพนเดนัมอยู่อีกรึ ท่านสายลมนิรันดร์” แม่มดดำอเมเลียแกล้งเย้า แต่ดูเหมือนคนที่เธอพูดด้วยจะไม่สนุกไปด้วย

“คำสาปมารก็ต้องล้างด้วยเลือดมาร” โจเซฟินที่คอยทีอยู่แทรกขึ้นพลางควงคฑาในมือ ยิ่งทำให้สถาณการณ์ยิ่งเลวร้ายลงจนเจสันต้องรีบปราม

“นั่นเป็นความเชื่อที่ผิด ลูกโจเซฟิน” นักบวชกลางคนเอ่ยพลางมองเงาร่างของแม่มดดำ

“ตัวของข้าเองหวังว่าท่านแม่มดคงทราบวิธีแก้ไข” เจสันแห่งพรีซิสยิงคำถามใส่ทันที

“วิธีแก้ไขนั้นมีอยู่ วิธีแรกคือควักเอา ‘สร้อยแห่งอลิส’ที่ดวงตาข้างซ้ายของท่านนักสู้ผู้นั้น” หญิงสาวตอบพร้อมชี้มาทางลอยด์ ผู้ถือครองสร้อยแห่งอลิสที่มีความสามารถป้องกันคำสาปมนตร์ดำทุกชนิด แต่ทันทีที่ได้ยิน หลายคนต่างไม่เห็นด้วยทันที

“ในเมื่อมีวิธีแรกต้องมีวิธีที่สอง ได้โปรดบอกมา” เจสันรีบถามต่อทันทีเพราะวิธีแรกที่เสนอมานั้นไม่มีใครเห็นด้วยนัก

“อีกวิธีนั้น ท่านสายลมนิรันดร์คงไม่อยากทำนัก” แม่มดเอ่ยตอบพลางมองไปยังชายที่เธอรักยิ่ง

“นั่นคือ พานางมาหาข้า ผู้ซึ่งถูกคนที่ข้ารักมากที่สุดรังเกลียด” น้ำเสียงของเธอตัดพ้อน้ำเสียงเศร้า ทำให้คนที่ถูกกล่างถึงสะอึกไปได้เหมือนกัน ชายหนุ่มรีบปรับอารมณ์ของตัวเองทันที

“กว่าจะไปถึง ผมว่าอาจต้องใช้เวลานาน” เซอเฟนเทียสบอกออกมาอย่างหนักใจ “ผมว่าอาจจะไม่ทันการ”

“เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วง ข้าพอมีสูตรยาที่จะประทังอาการมิให้หนักไปกว่านี้อยู่” แม่มดตอบกลับไปแต่ท่าทีที่แสดงออกมานั้น มันชัดเจนถึงความไม่มั่นใจนัก

“แต่สิ่งที่ข้าเกรงคือ ยานี้มีการผสมที่ค่อนข้างยาก หากผิดวิธีแม้แต่นิดเดียวจะให้ผลตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง เลวร้ายที่สุดคืออาจถึงชีวิตของเธอ ข้าเกรงว่าผู้มีชะตาต้องกันของท่านในที่นั้น ไม่มีผู้ใดสามารถปรุงยานี้โดยง่ายเป็นแน่” อเมเลียส่ายหน้าเล็กน้อย ยาที่ใช้กดดันไอปีศาจนั้นผู้ปรุงมักจะเป็นผู้ที่ต้องศึกษาศาสตร์ความมืดและอสูรมาช้านาน เช่นแม่มดหรือจอมเวทย์ความมืดขั้นสูง กัปตันเองก็เข้าใจในจุดนี้ดี ทุกคนในที่นั้นมองหน้ากันไปมาอย่างอึดอัดใจ จนในที่สุด มือของคนๆหนึ่งก็ยกขึ้นช้าๆ

“เราจะขอรับอาสา จะได้ไหม” เจสันขันอาสาแต่นั่นไม่ได้ทำให้เจย์และอเมเลียเบาใจขึ้นเลยแม้แต่น้อย

“นักบวชอย่างท่านคงไม่ไหว พลังของมานาแห่งแสงในตัวท่านผู้เป็นนักบวชศักดิ์สิทธิ์แห่งโอทาเรียนั้นมากเกินไป อาจทำให้ฤทธิ์ของยาเสื่อม”

“เรามั่นใจว่าต้องสำเร็จ เราขอใช้ชีวิตและชื่อเสียงเป็นประกัน” นักบวชแห่งปรีซิสตอบไปด้วยความมั่นใจ ชายสูงวัยคำนึงถึงความสามารถของตนที่เปรียบเสมืนตัวถ่วงในการเดินทาง เนื่องจากไม่อาจต่อสู้ได้เต็มที่นัก เขาเป็นได้เพียงเป็นผู้ป้องกันและผู้รักษาเท่านั้น นักบวชกลางคนสบตากับเซอร์เฟนเทียสผู้เป็นนาย แม้รอยยิ้มจะฉาบบางๆอยู่บนใบหน้าของเจย์ แต่ใครจะรู้ว่าในใจของชายต้องสาปในเวลานี้นั้นในใจของเขากลับกลัดกลุ้มยิ่งนัก
“ให้เขาลองเถะ อเมเลีย” ในที่สุดเจย์ก็เอ่ยปากอนุญาต

“หากท่านสายลมนิรันดร์ต้องการเช่นนั้น ข้าก็มิอาจจะทัดทานได้ ขอเวลาข้าสักครู่ข้าจะนำสูตรไปแจ้งแก่ท่านทันที”

“เจสัน เรื่องสูตรยาเดี๋ยวผมจะตามไปให้ทีหลัง ผมอยากให้คุณพาทุกคนออกไปก่อน ผมมีเรื่องที่ต้องคุยกับอเมเลียเพียงลำพัง” กัปตันอสูรออกปากเป็นเชิงสั่งไล่ รอยยิ้มบนใบหน้าและรังสีอันตายที่แผ่ออกมากดดันรอบกาย ทำให้คนอื่นๆหนีไปทันที

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

“ทำไมวันนี้เจย์น่ากลัวจังเลยฮะ” ธีโอดอร์ หันไปถามลอยด์ เหงื่อกาฬซึมชื้นไปทั้งตัวจากแรงกดดันที่ไม่ธรรมดาของกัปตันเรือผู้มีอายุนับพันปี ผู้ถูกถามกลับไม่สามารถให้คำตอบได้ แรงกดดันที่แม้แต่คนที่ผ่านการต่อสู้มาอย่างโชกโชนเช่นเขายังอดรู้สึกหวั่นเกรงไม่ได้ มือใหญ่หยาบกร้านของลอยด์ ซีล็อต ลูบหัวเด็กชายเบาๆ แต่ไร้ซึ่งคำพูดใดๆ

“ชักอยากรู้แหะ ว่าจะคุยกันเรื่องอะไร” ปราชญ์แห่งเลโอ เคลวิน ลูมิเนียนพูดขึ้นลอยๆพลางทท่าครุ่นคิดประกอบ ดวงตาสีรัตติกาลใต้กรอบแว่นสีดำสนิทนั้นฉายชัดถึงรักสนุกและอยากรู้อยากเห็น แต่นั่นกลับทำให้หัวขโมยตัวน้อยตะโกนแย้งเสียงหลงจนปราชญ์หนุ่มหัวเราะชอบใจกับปฏิกิริยาที่แสดงออกมา เคลวินโน้นใบหน้าลงไปข้างหูเด็กน้อยแห่งแคนเซอร์แล้วกระซิบเสียงเบา

“ภัคดีกันเหลือเกินนะ น้องชาย” น้ำเสียงกดต่ำและเบาจนได้ยินเพียงแค่สองคน แม้จะเบามากแต่ก็ชัดเจนในโสตของธีโอดอร์ ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างชอบใจและเดินจากไปพร้อมกับเฟเรส เซนทาเรียส คู่หูของตน ส่วนทางด้านของโจเซฟินนั้น โจเซฟ ไคล์ และดีโน่ กลอลี่พยุงยูจีนที่ยังคงไม่ได้สติอยู่ โจเซฟิน เจ้าหญิงแห่งทาวีน่ามองนายช่างต้นเหตุทั้งหมดด้วยหางตาและความรู้สึกที่เหมือนจะกินเลือดเนื้อ เพอซิวอลทรุดตัวลงนั่งกับพื้นใบหน้าเรียบนิ่งไร้อารมณ์ยังคงปรากฏบนใบหน้า แต่ในใจของเขานั้นกลับรู้สึกแห้งแล้งและโดดเดี่ยว ดวงตาสีสีของเขาเหม่อมองไปอย่างไร้จุดหมาย

“เหตุการณ์นี้ไม่ใช่ความผิดของลูก โปรดอย่ากังวล” นักบวชกลางคนเอ่ยปลอบ ฝ่ามืออบอุ่นวางลงบนบ่าของเพอซิวอลเป็นเชิงให้กำลังใจ

“นายท่านเจย์ไม่ใช่คนโหดร้ายอย่างที่แสดงออก” เจสันกล่าวต่อเมื่อไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองจากชายหนุ่ม พรีซิส หลับตาลงถอนหายใจออกมาเล็กน้อยพยายามส่งผ่านความปรารถนาดีและความจริงใจของเขาไปยังผู้ที่ได้รับสัมผัสที่นั่งนิ่งอย่างเงียบงั น ก่อนจะหันหลังเดินจากไปเพื่อตระเตรียมการในสิ่งที่ตนขันอาสาไว้ โดยมีสายตาที่เปี่ยมด้วยอารมณ์หลากหลายสับสนอยู่ในทีของชายหนุ่มตาสองสีมองตามไล่หลังไป

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

“ที่รักของข้า ท่าน ‘ตาย’ ไปอีกครั้งแล้วใช่หรือไม่” แม่มดป่ามายาถามขึ้นทันทีเมื่อพบว่ากัปตันอสูรอยู่เพียงลำพัง

“ก็ตอนที่อยู่ซาฟีน่านั่นแหละ”

“ให้ข้าคาด คงเป็นท่านนักรบตาเดียวผู้นั้น” แม่มดรุกต่อจนชายหนุ่มต้องถอนหายใจ

“นี่ผมจะปิดอะไรเป็นความลับจากคุณไม่ได้เลยใช่ไหม”

“แค่ในช่วงเวลาที่ข้ากำเนิดจนถึงปัจจุบันเท่านั้น ที่รักของข้า” อเมเลียตอบคำด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ยิ่งทำให้กัปตันอสูรถอนใจ

...เธอเป็นคนมีชีวิตที่เขาต่อกรด้วยยากที่สุด...

“อันที่จริงข้ามีเรื่องจำเป็นที่จะต้องบอกกับท่าน” แม่มดเอ่ยจุดประสงค์ที่แท้จริง แววตาสงบนิ่งนั้นจริงจังอย่างเห็นได้ชัด

“เมื่อตอนที่ท่าน ‘ตาย’ พลังเวทย์จากอสูรประจำตัวท่านแผ่ขยายออกไปกว้างมากเหลือเกิน มากจนแม้สิ่งมีชีวิตในป่านี้รับรู้และแตกตื่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ข้าเกรงว่าศัตรูของท่านจะสามารถสัมผัสสิ่งนั้นได้เหมือนกัน”

“แต่ผมทำอะไรได้บ้างล่ะ ในเมื่อผมควบคุมพลังของฟีนิกซ์ไม่ได้เลย” เจย์ขึ้นเสียงทันที คำพูดของแม่มดจี้เข้าไปในใจของเขา เขาหวนนึกถึงการจู่โจมของทัพการ์กอยกับการาสุเมื่อไม่นานมานี้

“ข้าเองคงเพียงเพียงแต่ให้ท่านระวังตัวมากขึ้น หากป็นไปได้ ข้าเองก็อยากจะให้ท่านมาหาข้าให้เร็วที่สุด สัญลักษณ์ของข้ากำลังร่ำร้องเรียกหาท่าน”

“ผมจะรีบไปหาคุณตามที่คุณบอก แต่ที่นี่กับป่ามายาห่างไกลกันมาก ผมไม่สามารถประกันเวลาให้คุณได้ เอาเป็นว่า ผมจะระวังตัวเองมากขึ้น และจะเร่งให้เร็วที่สุด ขอบคุณมาก อเมเลีย โยฮันเนส” กัปตันอสูรตัดบทสนธนา คำพูดของสตรีตรงหน้ายิ่งทำให้เขาต้องวางแผนเดินทางให้รอบคอบยิ่งขึ้น เงาร่างของแม่มดดำหายไปแล้ว ลูกแก้วป่าดำที่ส่องสว่างพลันดับแสงและตกลงสู่พื้น ร่างของชายหนุ่มทรุดลงกับพื้น ความคิดหลายอย่างวนเวียนในสมองของเขา

ทางด้านของอเมเลียนั้นเมื่อการสนธนาสิ้นสุดลง ใบหน้าที่สงบนิ่งงดงามก็ดูสลดเศร้า

“อาจจะถึงเวลาแล้วที่ข้าต้องเป็นกำลังให้กับท่าน ป่าแห่งนี้คงถูกกลืนกินในเวลาอีกไม่นานนัก ในตอนนี้ข้าคงเพียงได้แต่รอคอยเท่านั้น ท่านสายลมนิรันดร์”แม่มดป่าดำเอ่ยกับตนเอง นึกอยากให้ความรู้สึกส่งผ่านไปกับสายลมให้เขาได้รับรู้ หญิงสาวค่อยๆเปลิงอาภรณ์ของตัวเองออกเพื่อไปล้างตัวจากเหงื่อที่ชุ่มกายเพราะแรงกดดันจากความตึงเครียด เผยให้เห็นผิวขาวเนียนละเอียดสวยงามแม้อายุจะเลยผ่านเป็นร้อยปีแล้ว ต่สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือสัญลักษณ์บางอย่างบนสะโพกซ้ายของเธอใต้อาภรณ์

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ณ เกาะไร้ชื่อกลางมหาสมุทรอันเป็นที่พำนักของหมู่มารจากมิติอสูรแพนเดนัม บาเอล เดอ เดียโบล นั่งอยู่บนบัลลังก์เร้นในเงามืด เบื้องหน้าคือสตรีนางหนึ่งผู้งดงามยิ่งกว่าเทวีใดๆในแดนเทพเดลาอุส แต่สิ่งที่ผิดแผกจากเหล่าเทพนั้น คือดวงตาสีแดงโลหิตของอสูรปีศาจเท่านั้นที่ดูขัดกับดวงหน้าสวยได้รูป

“ยินดีที่ได้พบอีกครั้ง เครโมลี่” เสียงที่ทรงอำนาจของราชาแดนปีศาจดังก้องไปทั้งโถง แต่หญิงสาวนามเครโมลี่นั้นกลับแสดงออกถึงความไม่พอใจ

“พบตัวร่างแห่งข้าในภพนี้แล้ว ข้าเองหวังว่าจะตัวมาโดยไว” บาเอลพูดต่อ ดวงตาที่สะท้ออนในเงามืดนั้นเปี่ยมสุข

“แต่นั่นก็ไม่ใช่ธุระของข้า ท่านเดียโบล” เครโมลี่ตอบกลับ น้ำเสียงแสดงถึงความหงุดหงิดเต็มที่

“ข้าเองก้วางมือจากอำนาจทั้งหมดแล้ว ความต้องการของข้าตอนนี้คือการที่จะได้พบหน้าลูกข้าที่พลัดพรากจากกันเท่านั้น ไม่ใช่ธุระอะไรที่ต้องไปช่วยท่าน” หญิงสาวบอกปัดทันทีโดยไม่รอฟังข้อเสนอ

“อันที่จริงตอนนี้พลังอำนาจของข้ายังไม่ฟื้นคืนมามากพอ เพราะการทำลายมิติกั้นระหว่างดินอดนนั้นมันกินแรงข้าไปมากที่เดียว ในตอนนี้ข้าต้องการอำนาจและพลังของเจ้า กองทัพของเจ้า แล้วข้าเองจะช่วยตามหาลูกชายของเจ้า” ราชาปีศาจยื่นข้อเสนอด้วยน้ำเสียงแกมบังคับเพราะอำนาจในนามของราชาเพียงหนึ่งเดียวของแดนปีศาจแพนเดนัม แต่นั่นไม่พอให้เครโมลี่หวั่นไหว หญิงสาวจ้องบาเอลเพื่อหยั่งเชิงเงามืดนั้น

“ข้าเองจะเชื่อท่านได้อย่างไร ในเมื่อการทำสัญญาลวงนั้นเป็นหนึ่งในกลศึกของท่าน”เธอย้อนถามอย่างรู้เท่าทัน เพราะเมื่อศึกรวมดินอดน รวบอำนาจเหมือนหลายร้อยปีก่อนในแพนเดนัมของเดียโบลนั้น เธอเป็นหนึ่งในแม่ทัพใกล้ชิด ก่อนที่เธอจะวางมือและหลบหนีออกมาใช้ชีวิตร่วมกับคนที่เธอรักและข่าวคราวของเธอก็เงียบหายไป จนบางตำนานกล่าวว่าเธอได้สาบสูญไปแล้ว

“แล้วลำพังเจ้าคนเดียวจะหาเจอรึ ข้าเองนั้นมีบริวารมากมายที่พร้อมจะติดตามสืบหา”

“ข้าไม่ต้องการ”

“เช่นนั้น ข้าจะขอสั่งเจ้าในนามแห่งราชันต์ผู้ปกครองแพนเดนัมทั้งดินแดน” บาเอลตวาดกลับด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด

“และหากเจ้าไม่ทำทำตามคำสั่งของข้า คงจะรู้นะว่าเกิดอะไรขึ้น” คำขู่สุดท้ายยิ่งทำให้ปีศาจสาวเครียดจัด เธอขบฟันพยายามข่มอารมณ์มือเกร็งแน่นเพราะแรงกดดัน เธอนิ่งคิดชั่วครู่

“ข้าขอคำมั่นของท่านได้ไหม ไม่ว่าจุประสงค์ของท่านจะบรรลุหรือไม่ก็ตาม หากข้าได้พบลูกชายของข้าแล้ว ข้าจะวางมือจากงานนี้ทันที”

“ก็ตามแต่เจ้า” เดียโบลรับคำด้วยเสียงที่สั้นห้วน ครั้งหญิงสาวได้รับคำตอบจึงหันหลังจากไปทันทีโดยไม่รู้เลยว่า ใต้เงามืดนั้นความจริงมักถูกกลืนกิน ราชันต์ปีศาจแอบลอบแสยะยิ้ม

“เจ้าจะไม่มีวันได้พบลูกของเจ้าแน่ เครโมลี่ เจ้าจะต้องกลับมาเป็นบริวารของข้ามิอาจหนีหายไปไหนได้อีก ตลอดกาล”

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
Link to Post - Back to Top  IP: Logged

สายลมที่ไร้รูปร่างอิสระ เป็นสิ่งที่ข้าปรารถนาอยากเป็นมากที่สุด หากแต่เป็นไปไม่ได้ถ้าข้ายังคงมีพันธะชีวิตเหล่านี้อยู่ ข้าจึงปิดกั้นใจตัวเองดำดิ่งสู่ความมืดมิดที่สุดในจิตใจเพื่อที่จะไม่ต้องมาเจ็บปวดเยี่ยงนี้อีก จะมีใครหรือสิ่งใดมาปลดเปลื้องพันธะเหล่านี้ออกไป หรือมีเพียงความตายเท่านั้นที่จะทำให้ฝันของข้าเป็นจริง


Result 2 of 10:
Page 1 of 6 » Jump to page   Go    [Search This Thread][Send Topic To Friend] [Print]
 AuthorTopic: Lobby - ห้องโถงองค์กร (Read 1,396 times)
rina
ผู้สนใจใช้เวทมนต์
*
member is offline





Joined: Dec 2009
Posts: 0
Karma: 0
 Re: Lobby - ห้องโถงองค์กร
« Result #2 on Dec 17, 2009, 12:24pm »

user rina
ชื่อ ริน
อายุ 24
รู้จักบ้านนี้จากคุณกูค่ะ
ขอมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของบ้านนะคะ ^^
Link to Post - Back to Top  IP: Logged


Result 3 of 10:
Page 1 of 6 » Jump to page   Go    [Search This Thread][Send Topic To Friend] [Print]
 AuthorTopic: Lobby - ห้องโถงองค์กร (Read 1,396 times)
operadue
ผู้สนใจใช้เวทมนต์
*
member is offline





Joined: Dec 2009
Gender: Male
Posts: 0
Karma: 0
 Re: Lobby - ห้องโถงองค์กร
« Result #3 on Dec 7, 2009, 1:31pm »

แง่ม ๆ ๆ^^

ชื่อ OperaDue คับ <<

สั้นๆ เรียก โอเป ก็ได้คับ โฮ๋ะๆ ๆ

ได้มาจาก bween 18 อ่า
Link to Post - Back to Top  IP: Logged


Result 4 of 10:
Page 1 of 6 » Jump to page   Go    [Search This Thread][Send Topic To Friend] [Print]
 AuthorTopic: Lobby - ห้องโถงองค์กร (Read 1,396 times)
bween18
ผู้สนใจใช้เวทมนต์
*
member is offline

[avatar]



Joined: Dec 2009
Gender: Male
Posts: 0
Location: ในโลกครับ(โดนเตะ)
Karma: 0
 Re: Lobby - ห้องโถงองค์กร
« Result #4 on Dec 5, 2009, 3:11pm »

สวัสดีนะครับ

ผมชื่อ bween18 ครับ

เรียกสั้นๆว่า"บีวีน"นะครับ

รู้จักบอร์ดนี้จากพี่ shinigamikyo น่ะครับ

พอดีอยู่โรงเรียนเดียวกันน่ะครับ

ยังไงก็ขอฝากตัวด้วยนะครับ
Link to Post - Back to Top  IP: Logged

โลลิ ผมสั้น นี่แหละสาวเพอร์เฟค


Result 5 of 10:
Page 1 of 6 » Jump to page   Go    [Search This Thread][Send Topic To Friend] [Print]
 AuthorTopic: Lobby - ห้องโถงองค์กร (Read 1,396 times)
kaidoyuki
ผู้สนใจใช้เวทมนต์
*
member is offline





Joined: Nov 2009
Posts: 0
Karma: 0
 Re: Lobby - ห้องโถงองค์กร
« Result #5 on Nov 29, 2009, 12:46am »

ยินดีืัที่ได้รู้จัก~
ผม Kaidoyuki เรียกสั้นๆว่าไคโด มารายงานตัวแล้วครับ
รู้จักบอร์ดนี้จากลิงค์ของ Deviltopia ใน Dek-d ที่ฮิกิแนะนำเข้่ามา
ฮะๆๆ ฝากตัวด้วยครับ
Link to Post - Back to Top  IP: Logged


Result 6 of 10:
   [Search This Thread][Send Topic To Friend] [Print]
 AuthorTopic: DTP PROFILE : Rise of Deviltopia (Read 98 times)
StampSonice
Moonlight Sentinel
*****
member is offline

[avatar]

Cerise de Rose`



Joined: Jul 2007
Gender: Female
Posts: 97
Location: -:- RoSe LabYRinTh -:-
Karma: 1
 Re: DTP PROFILE : Rise of Deviltopia
« Result #6 on Oct 19, 2009, 11:23pm »

Chapter 3 : Cosmos as we know

หลังจากการถือกำเนิดของท่านลีส์และท่านดิโอ รวมถึงการเลือกที่จะเป็นเพศหญิงหรือเพศชาย คอสมอสก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปเป็นรูปแบบที่คล้ายกับในปัจจุบัน

ณ จุดสูงสุด ท่านลูมินัสและท่านลีส์ได้สร้างดินแดนขึ้นมาแห่งหนึ่ง เป็นดินแดนที่สว่างไสวอยู่เป็นนิจด้วยประกายดารานับร้อยล้านพันล้าน เรียงตัวกันเป็นชั้นๆ เช่นเดียวกับช่อโคมระย้าขนาดมหึมา มีนามว่า แชนเดลเลียร์ หรือได้รับการขนานนามโดยทั่วไปว่า สวรรค์ เหล่าผู้ดำรงอยู่ทั้งหลายต่างอาศัยอยู่ในดินแดนแห่งนั้น เว้นแต่ท่านลูซิอัสที่ยังคงสถิตอยู่ในจุดศูนย์กลางของคอสมอสเช่นเดิม

ส่วนดาวเคราะห์ต่างๆ ครั้นเมื่อได้รับพลังของท่านลีส์แล้ว ชีวิตก็เริ่มถือกำเนิดขึ้น แม้แรกเริ่มจะเป็นเพียงชีวิตเบื้องต้นที่เรียบง่ายไม่ซับซ้อนก็ตาม

เมื่อมีชีวิต ก็ย่อมมีความตาย เมื่อมีความตาย ก็ย่อมมีโลกหลังความตายและการกำเนิดใหม่ ท่านดิโอจึงได้สร้างดินแดนของท่านขึ้นมาบ้าง ณ จุดต่ำสุดของคอสมอส

ดินแดนแห่งความตายเป็นดาวเคราะห์ที่มีพื้นผิวดาวเต็มไปด้วยสิ่งสวยสดงดงาม หากใต้ผิวดาวกลับเป็นที่น่าหวาดหวั่นยิ่งนัก แม้ในเวลานั้น จะยังไม่มีนรกเกิดขึ้นเพื่อใช้ลงทัณฑ์คนบาปก็ตาม

เทพต่างๆ ก็เริ่มถือกำเนิดขึ้นในช่วงนั้น เช่น ท่านเดสทีน เทพีแห่งโชคชะตา ธิดาองค์แรกของท่านลูมินัสและท่านลีส์ ท่านจอมเทพจีซาฟัส โอรสองค์รองผู้ปกครองแชนเดลเลียร์ และท่านเซราฟีน่าผู้เป็นชายา รวมถึงคณะเทพประจำธาตุ จิอานน่าแห่งดิน พรีเมริสแห่งไม้ โอเชนเนียแห่งน้ำ ฟรอยดีอาร์แห่งน้ำแข็ง เซซารอนแห่งลม แชฟทาลัสแห่งสายฟ้า อินเฟอร์นอนแห่งไฟ และอัลโทมิสแห่งโลหะ

และในเวลาต่อมา เนื่องจากการทำงานประสานกันบ่อยครั้งระหว่างเจ้าแห่งความตายและผู้ดูแลโชคชะตา ก่อให้เกิดความรักขึ้นระหว่างทั้งสอง ท่านดิโอและท่านเดสทีนตัดสินใจครองคู่กัน และให้กำเนิดธิดาเพียงองค์เดียว แอสทารอธ นักทำนายที่แม่นยำที่สุด

นางครองคู่กับพี่ชายคนรองของข้า เดเวส ทำให้เขาเป็นผู้เดียวในบรรดาพวกเราที่ได้รับอำนาจในการดูแลคอสมอส ในขณะที่พวกเราตนอื่นก็เป็นเช่นเดียวกับท่านลูซิอัส วางมือจากงานทั้งปวง และทำหน้าที่เป็นเพียงผู้เฝ้าดูความเป็นไป

ข้าเริ่มรู้สึกถึงบรรยากาศแปลกๆ ระหว่างเหล่าพี่ชายทั้งหลาย ดูเหมือนพวกเขาจะร่วมกันวางแผนอะไรสักอย่างอยู่ ทว่า ในเวลานั้น ข้ากลับไม่นึกใส่ใจนัก....
Link to Post - Back to Top  IP: Logged

[image]

"ฉันเคยได้ยินใครสักคนพูดว่า ความสัมพันธ์ที่สมบูรณ์แบบนั้น เริ่มต้นด้วยความรัก ตามมาด้วยการคบหา และผูกพันธ์นิรันดร์ด้วยการหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวของทั้งร่างกายและหัวใจ

แต่... ถ้าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นมันกลับตาลปัตรไปเสียหมดล่ะ ฉันจะยังหวังถึงตอนจบที่งดงามได้ไหม"


Result 7 of 10:
   [Search This Thread][Send Topic To Friend] [Print]
 AuthorTopic: DTP PROFILE : Rise of Deviltopia (Read 98 times)
StampSonice
Moonlight Sentinel
*****
member is offline

[avatar]

Cerise de Rose`



Joined: Jul 2007
Gender: Female
Posts: 97
Location: -:- RoSe LabYRinTh -:-
Karma: 1
 Re: DTP PROFILE : Rise of Deviltopia
« Result #7 on Oct 19, 2009, 11:22pm »

Chapter 2 : Live and Death, Male and Female

พระเจ้าฝาแฝดแห่งชีวิตและความตาย ลีส์และดิโอ ทั้งสองล้วนแตกต่างจากพวกเราผู้มาก่อนอย่างเห็นได้ชัด

ขณะที่พวกเราในเวลานั้นมีรูปกายที่ไม่สามารถระบุเพศ ไม่อาจจำแนกความแตกต่างระหว่างความเข้มแข็งและความนุ่มนวล ความกำยำและความโค้งเว้าได้ ลีส์แห่งชีวิตกลับเต็มเปี่ยมไปด้วยความนุ่มนวลโค้งเว้าของสตรี และดิโอแห่งความตายก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความเข้มแข็งกำยำของบุรุษเช่นกัน

ท่านลูมินัสพึงใจในตัวท่านลีส์ตั้งแต่แรกพบ ท่านจึงเลือกที่จะเป็นบุรุษเพื่อที่จะได้ครองคู่อยู่กับท่านลีส์ และในทันใดนั้น ร่างกายของท่านก็เปลี่ยนเป็นร่างกายที่เข้มแข็งกำยำเช่นร่างกายของบุรุษ

เรย์เลือกความนุ่มนวลโค้งเว้าของสตรี ในขณะที่รีเฟล็กเลือกความเข้มแข็งกำยำของบุรุษ เพื่อสร้างเสริมความสมดุลให้กับบุคลิกอันแตกต่างของทั้งคู่

ท่านลูซิอัสและพี่ๆ ของข้าก็เลือกที่จะเป็นบุรุษเช่นกัน มีเพียงข้าเท่านั้นเลือกเป็นสตรี ข้าบอกกล่าวกับพวกเขาว่าข้านึกนิยมในความนุ่มนวลโค้งเว้ามากกว่าความเข้มแข็งกำยำ แต่แท้จริงแล้ว ข้ามีเหตุผลมากกว่านั้น

....ข้าต้องการครองคู่กับท่านลูซิอัสเช่นเดียวกับที่ท่านลูมินัสครองคู่กับท่านลีส์

ทว่า ในขณะนั้น แม้แต่พระเจ้าก็ไม่อาจล่วงรู้ความในใจแท้จริงของข้า ไม่ล่วงรู้...จนหลังจากนั้นอีกนาน และนั่นเป็นสาเหตุว่าทำไมข้าจึงมีสภาพอันน่าประหลาดใจเช่นนี้

แต่เอาเถอะ ยังไม่ถึงเวลาที่ข้าจะเล่าเรื่องราวเหล่านั้น เจ้าจงตั้งใจฟังไปตามลำดับก่อนเถิด
Link to Post - Back to Top  IP: Logged

[image]

"ฉันเคยได้ยินใครสักคนพูดว่า ความสัมพันธ์ที่สมบูรณ์แบบนั้น เริ่มต้นด้วยความรัก ตามมาด้วยการคบหา และผูกพันธ์นิรันดร์ด้วยการหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวของทั้งร่างกายและหัวใจ

แต่... ถ้าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นมันกลับตาลปัตรไปเสียหมดล่ะ ฉันจะยังหวังถึงตอนจบที่งดงามได้ไหม"


Result 8 of 10:
   [Search This Thread][Send Topic To Friend] [Print]
 AuthorTopic: DTP PROFILE : Rise of Deviltopia (Read 98 times)
StampSonice
Moonlight Sentinel
*****
member is offline

[avatar]

Cerise de Rose`



Joined: Jul 2007
Gender: Female
Posts: 97
Location: -:- RoSe LabYRinTh -:-
Karma: 1
 Re: DTP PROFILE : Rise of Deviltopia
« Result #8 on Oct 19, 2009, 11:22pm »

Chapter 1 : Cosmos

ย้อนอดีตไปนานแสนนานเหนือคณานับ ณ จุดที่สสาร พลังงาน และเวลาทั้งมวลที่เคยเป็นหนึ่งเดียวกันได้แตกกระจายออก พร้อมกับการอุบัติของคอสมอส ธาตุแห่งจักรวาล และลูซิอัส พระเจ้าแห่งความมืด

สิ่งแรกที่ท่านทำหลังจากอุบัติขึ้น คือใช้พลังความมืดของท่านกระจายธาตุแห่งจักรวาลไปสู่ความเวิ้งว้างอันไพศาลของคอสมอส ซึ่งในอนาคตต่อจากนั้นอีกยาวนาน ธาตุเหล่านี้จะก่อกำเนิดเป็นกาแล็กซีและดวงดาว

ท่านยังทรงสร้างผลึกจักรวาลขึ้นจากธาตุแห่งจักรวาลกลุ่มสุดท้ายที่ยังเหลืออยู่ และท่ามกลางความมืดอันเดียวดาย ไร้ซึ่งชีวิตอื่นใด ท่านก็ทรงสร้างพวกเรา เหล่าเทพดำทั้งเก้าขึ้นมาคอยรับใช้ท่าน โดยใช้ธาตุจากผลึกจักรวาลสร้างร่างกาย และแบ่งพลังงานของท่านมาเป็นวิญญาณ

ซีเวียส เดเวส ยาเตรส โซรอง มีเรล ทราราส ฟาเวีย คลาเรน และอลาดาร์ คือนามของพวกเรา

แม้ข้าในอดีตชาติจะถูกท่านลูซิอัสสร้างขึ้นมาเป็นตนสุดท้าย แต่ความทรงจำของข้าก็เก่าแก่...เก่าแก่เสียก่อนการอุบัติขึ้นของแสงสว่างแห่งลูมินัส ก่อนดาวฤกษ์ดวงแรกจะทอแสง ก่อนดาวเคราะห์ดวงแรกจะสะท้อนแสงที่ดาวฤกษ์ส่องมาให้ฉายไปเป็นบริเวณกว้าง และก่อน...ชีวิตกับความตายที่แท้จริงจะปรากฏขึ้น รวมถึงทำให้เราได้รู้จักความแตกต่างระหว่างชายกับหญิงนับกัปกัลป์ทีเดียวเลยล่ะ

ในบรรดาพระเจ้าทั้งสี่ของคอสมอส ลูมินัส พระเจ้าแห่งแสงสว่างอุบัติขึ้นมาเป็นลำดับที่สอง และมีพลังมากเป็นลำดับที่สองเช่นกัน กระนั้น เมื่อเทียบกับพลังของท่านลูซิอัสแล้ว ก็เป็นเสมือนดวงจันทราเพียงดวงเดียวบนท้องนภาอันไร้ที่สิ้นสุด

แม้จะมีแสงสว่างบังเกิดขึ้นแล้ว แต่จะมีประโยชน์อย่างใดเมื่อแสงนั้นฉายส่องได้เพียงระยะใกล้ๆ ทิ้งคอสมอสที่เหลือให้ตกอยู่ในอนธกาลอันหนาวเหน็บ ท่านลูมินัสจึงตัดสินใจใช้พลัง...เพื่อจุดไฟให้แก่ดวงดาวต่างๆ ที่กระจายอยู่ทั่วคอสมอสตั้งแต่ครั้งแรกกำเนิด

ดาวที่ถูกจุดไฟขึ้นเหล่านั้นก็คือดาวฤกษ์

อย่างไรก็ตาม ลำพังแสงจากดาวฤกษ์อย่างเดียวก็ยังไม่ทำให้คอสมอสสว่างขึ้นมาได้เท่าใดนัก ท่านลูมินัสจึงใช้พลังอีกส่วนหนึ่ง เปลี่ยนสภาพดวงดาวที่เหลือทั้งหมดให้มีสภาพประหนึ่งกระจกเงา ช่วยขยายขอบเขตของการส่องแสง ดาวเหล่านั้นถูกเรียกว่าดาวเคราะห์

ท่านยังได้สร้างผู้ดูแลดาวทั้งสองประเภทขึ้นมา พวกเขาคือเรย์ผู้สดใสเจิดจ้า และรีเฟล็กผู้อ่อนหวานเยือกเย็น


คอสมอสดำเนินไปเช่นนี้เป็นเวลานานเพียงใดข้าก็มิอาจจดจำได้ เวลาไม่สำคัญสำหรับผู้เป็นอมตะและใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความไม่เปลี่ยนแปลง จนกระทั่งมีสิ่งมหัศจรรย์สองสิ่งอุบัติขึ้น

...พระเจ้าฝาแฝดแห่งชีวิตและความตาย ลีส์และดิโอ
Link to Post - Back to Top  IP: Logged

[image]

"ฉันเคยได้ยินใครสักคนพูดว่า ความสัมพันธ์ที่สมบูรณ์แบบนั้น เริ่มต้นด้วยความรัก ตามมาด้วยการคบหา และผูกพันธ์นิรันดร์ด้วยการหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวของทั้งร่างกายและหัวใจ

แต่... ถ้าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นมันกลับตาลปัตรไปเสียหมดล่ะ ฉันจะยังหวังถึงตอนจบที่งดงามได้ไหม"


Result 9 of 10:
Page 1 of 6 » Jump to page   Go    [Search This Thread][Send Topic To Friend] [Print]
 AuthorTopic: Lobby - ห้องโถงองค์กร (Read 1,396 times)
aukuzt
ผู้สนใจใช้เวทมนต์
*
member is offline





Joined: Oct 2009
Posts: 0
Karma: 0
 Re: Lobby - ห้องโถงองค์กร
« Result #9 on Oct 16, 2009, 12:41pm »

aukuzt
มารายงานตัวเจ้าค่ะ

หาเจอจาก google คลิกลิ้งค์มาเรื่อยๆนะเจ้าค่ะ
Link to Post - Back to Top  IP: Logged


Result 10 of 10:
Page 1 of 6 » Jump to page   Go    [Search This Thread][Send Topic To Friend] [Print]
 AuthorTopic: Lobby - ห้องโถงองค์กร (Read 1,396 times)
serneeblackza
ผู้สนใจใช้เวทมนต์
*
member is offline





Joined: Sept 2009
Gender: Female
Posts: 0
Karma: 0
 Re: Lobby - ห้องโถงองค์กร
« Result #10 on Sept 24, 2009, 7:29pm »

รายงานตัวค่ะ..ใช้ชื่อ serneeblackza เรียกชื่อเล่นว่า การ์TooN ก็แล้วกันนะคะ

ได้เว็บนี้มาจาก Night <คนข้างบนนี้น่ะค่ะ>

Link to Post - Back to Top  IP: Logged



Google
Webextrado.proboards.com
Click Here To Make This Board Ad-Free


This Board Hosted For FREE By ProBoards
Get Your Own Free Message Boards & Free Forums!